วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2559

เห่อแห่..เลี้ยงกุ้งก้ามแดง ระวังเป็นเหยื่อนักฉวยโอกาส

ท่ามกลางเศรษฐกิจฝืดเคือง ราคาสินค้า เกษตรร่วงยกแผง ใครๆล้วนต้องการหาอาชีพใหม่มาเสริมรายได้เลี้ยงปากท้องด้วยกันทั้งนั้น
การเลี้ยง “กุ้งก้ามแดง” หรือที่บางคนเรียก “ล็อบสเตอร์น้ำจืด” เลยกลายเป็นอาชีพใหม่ที่มาแรง ด้วยเสียงเล่าขานปากต่อปาก ผสมคำชวนเชื่อในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก...สร้างรายได้งาม ขายได้กิโลละหลายพันบาท
“กุ้งก้ามแดงไม่สามารถทำเงินได้มากขนาดนั้น ที่ขายกันเพื่อบริโภคขนาด 17-20 ตัว 1 กก. ได้แค่ กก.ละ 800-1,000 บาท เท่านั้น ไม่ใช่ 3,000 บาท เหมือนอย่างที่คนบางกลุ่มพยายามปล่อยข่าว หวังปั่นราคาพ่อแม่พันธุ์ขายกันตัวละ 500-1,000 บาท ราคาพ่อแม่พันธุ์ที่ซื้อกันจริงๆ ขณะนี้อยู่ที่ตัวละ 200 บาท เท่านั้นเอง”




กุ้งก้ามแดงขายไม่ได้ราคาดีอย่างที่คิด


นายอำนาจ ยาสา ประธานสหกรณ์การเกษตรเขื่อนพระปรง บ้านระเบาะหูกวาง ต.ช่องกุ่ม อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว แหล่งเพาะเลี้ยงกุ้งก้ามแดงรายใหญ่ของไทย ให้ข้อคิดเตือนใจพี่น้องเกษตรกร
ไม่เพียงจะไม่ได้ราคาสูงเว่อร์ การจะเลี้ยงให้ขายได้ราคา กก.ละ 800 บาท ใช่ว่าจะเลี้ยงกันแค่ 4–5 เดือนแล้วจะขายได้...ต้องเลี้ยงนานเป็นปีกันเลยทีเดียว
“กว่าเราจะรวมกลุ่มกันเป็นสหกรณ์เลี้ยงกุ้งก้ามแดงได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะการเลี้ยงใช้เวลานานมาก การจะให้ชาวนาที่เคยชินกับการปลูกข้าว 4 เดือน เปลี่ยนอาชีพมาเลี้ยงกุ้งพันธุ์นี้ ซึ่งต้องใช้เวลานานเป็นปีกว่าจะขายได้ คงไม่มีชาวนาคนไหนเอาด้วย ถึงจะได้เงินน้อยกว่าเลี้ยงกุ้งก็ตาม เพราะไม่มีใครอดทนรอนานขนาดนั้นได้ แต่ที่เราอยู่กันได้ เพราะเราใช้วิธีแบ่งระยะเวลาการเลี้ยงเป็น 3 ช่วง เพื่อให้เกษตรกรแต่ละคนมีรายได้ทุก 4 เดือน แบบเดียวกับปลูกข้าว”




โดนปั่นราคาพ่อแม่พันธุ์ในราคาที่แพง


การเลี้ยง 3 ช่วงของ อำนาจ นั่นคือ...ช่วงแรกให้เกษตรกรรับลูกกุ้งขนาด 1 ซม. ราคาตัวละ 2 บาท ไปเพาะเลี้ยงนาน 4 เดือน เมื่อได้ขนาด 1 นิ้ว จะขายส่งต่อไปให้ผู้เลี้ยงในช่วงที่ 2 ในราคาตัวละ 6 บาท...ผู้เลี้ยงช่วงที่ 2 จะเลี้ยงต่อไปอีก 4 เดือน เพื่อให้ได้ขนาด 3 นิ้ว จะขายส่งต่อให้ผู้เลี้ยงในช่วงที่ 3 ในราคาตัวละ 15 บาท
ผู้เลี้ยงช่วงที่ 3 จะขุนเลี้ยงต่อไปอีก 4 เดือน เมื่อได้ขนาด 5-7 นิ้ว (17-20 ตัว/กก.) จะขายต่อให้กับสหกรณ์ที่จะรับซื้อในราคาตัวละ 25-30 บาท... จากนั้นสหกรณ์จะส่งต่อไปยังห้างร้านที่ได้มีการทำสัญญาติดต่อซื้อขายกันไว้






ส่วนวิธีการเลี้ยงกุ้งก้ามแดง อำนาจ บอกว่า เลี้ยงไม่ยาก สามารถเลี้ยงได้หลายวิธี ตั้งแต่ในกะละมัง โอ่ง บ่อดิน บ่อซีเมนต์ หรือแม้แต่ในนาข้าวก็เลี้ยงได้
แต่ละวิธีจะเหมาะกับเกษตรกรแบบไหน วันอาทิตย์ที่ 21 มิ.ย.นี้ สมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย จัดสัมมนา “กุ้งก้ามแดง...สัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่” อาคารวิทยบริการ ชั้น 4 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ 0-2940-5425, 08-6340-1713.

วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

รวยสร้างรายได้นับแสนได้ใน45วัน

สร้างรายได้นับแสนได้ใน 45 วัน กับการเลี้ยงจิ้งหรีด

มีขั้นตอนและวิธีการเลี้ยงจิ้งหรีด คืนทุนไว กำไรสูง
จิ้งหรีด เป็นแมลงที่พบทั่วไปตามธรรมชาติ โดยเฉพาะจิ้งหรีดแดงทองลาย (สะดิ้ง) มีขนาดประมาณ 4.85 ซม. x 1 ซม. มีสีน้ำตาลปนเหลือง ชอบกระโดด กินพืชเป็นอาหาร ปัจจุบันคนนิยมเลี้ยงเพื่อบริโภคเป็นอาหาร โดยการทอดคั่ว แกง ห่อหมก และยำ จิ้งหรีดมีสารอาหารโปรตีนสูง ปลอดสารพิษ สามารถช่วยแก้ไขปัญหาขาดสารอาหารได้ เลี้ยงง่าย ขยายพันธุ์เร็ว ให้ผลผลิตสูง เหมาะที่เกษตรกรจะนำมาเลี้ยงเป็นอาชีพเสริม ไว้บริโภคและจำหน่ายเพิ่มรายได้ เนื่องจากเลี้ยงไม่มาก สามารถใช้เวลาว่างจากการเพาะปลูกมาดูแลจิ้งหรีดได้ภายในเวลา 1 ปี จะสามารถเลี้ยงจิ้งหรีดได้ถึง 5 รุ่น

  

ปัจจัยที่จำเป็นต้องใช้

  1. ขันไข่ บ่อละ 5 ขัน
  2. ท่อปูนพร้อมฝาปิดท่อ ขนาดกว้าง 80 ซม. สูง 50 ซม. จำนวน 1 ท่อ หรือกะละมังพลาสติก ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง กว้าง 72 ซม. สูง 30 ซม. หรือจะเป็นภาชนะที่ใส่ได้ทุกขนาด
  3. ตาข่ายไนล่อนเขียว 100 x 100 ซม. จำนวน 1 ผืน
  4. แผ่นพลาสติก ขนาด 25 x 270 ซม. จำนวน 1 ผืน
  5. ยางรัดปากบ่อหนา 1 ซม. จำนวน 1 เส้น
  6. ถาดอาหาร-น้ำ กว้าง x ยาว = 5 x 10 ซม. ลึก 1.5 ซม. 2 ถาด
  7. กระบอกไม้ไผ่ ยาว 20 ซม. ผ่าครึ่งจำนวน 10 อัน หรือกระดาษรังไข่ 3 อัน
  8. ถาดหรือถุงพลาสติกใส่ดินร่วนปนทราย หนา 2 ซม.
  9. เศษหญ้าแห้งวางหนา 2 ซม.
  10. เทปกาว

ขั้นตอนการดำเนินงาน

  1. สร้างเรือนโรง หรือหลังคาป้องกันแดดและฝนโดยให้แดดส่องเช้าเย็น
  2. ปรับพื้นที่กำจัดมดและศัตรูจิ้งหรีด
  3. วางบ่อบนฝา ใช้ปูนผสมทรายฉาบปริ่มขอบภายในและภายนอก ป้องกันมดเข้าทำลายลูกจิ้งหรีด
  4. ติดแผ่นพลาสติกด้านบนขอบบ่อหรือกะละมังด้วยเทปกาว
  5. พันธุ์จิ้งหรีด หาพันธุ์ได้จากธรรมชาติ หรือซื้อได้โดยการคัดเลือกพ่อ-แม่พันธุ์ที่มีตัวโตแข็งแรง อวัยวะครบทุกส่วน ปัจจุบันได้พัฒนาการเลี้ยงในลักษณะขันไข่ โดยสามารถจัดซื้อจากฟาร์มเลี้ยงจิ้งหรีด เพื่อนำไปเลี้ยง ทำให้สามารถเก็บผลผลิตเป็นรุ่นๆ ได้

การให้อาหารและน้ำ

 พืชอาหาร ได้แก่ ต้นอ่อนและยอดอ่อนของพืชหรือหญ้าสดทุกชนิด หญ้าขน หญ้าลูซี่ ผักตบชวา ใช้เลี้ยงจิ้งหรีดเจริญเติบโตเร็วและให้ผลผลิตสูง โดย 2 วัน ให้หญ้า 1 ครั้งๆ ละ 1 กำมือโดยหญ้าเก่าไม่ต้องนำออก จะเป็นที่อาศัยของจิ้งหรีดต่อไป
อาหารเสริม รำอ่อน หรืออาหารสำเร็จรูปที่ใช้เลี้ยงไก่จิ้งหรีด 1 บ่อ ใช้อาหาร 3กก./รุ่น ราคาประมาณ 15 บาท/กก. อาหารเสริมควรให้ในปริมาณที่กินหมดภายใน 2 วัน
การให้น้ำ ขวดน้ำพลาสติกเจาะรูข้างขวด 2 รู ใช้ผ้าทำความสะอาดม้วนใส่รูเพื่อให้น้ำซึมสำหรับจิ้งหรีดวัยตัวอ่อน
ภาชนะสำหรับวางไข่จิ้งหรีด ใช้ดินร่วนปนทรายและแกลบเผาใส่ขันสำหรับอาบน้ำ ใช้ฟ๊อกกี้ฉีดน้ำทุก 3 วัน พอขึ้นไม่แฉะก่อนฉีดน้ำนำถาดอาหารออกก่อน ถ้าเปียกจะเกิดเชื้อรา ใช้เฉพาะในช่วงที่มีตัวเต็มวัยที่จะวางไข่ 

วงจรชีวิตจิ้งหรีด

-  ระยะไข่ รูปร่างยาวเรียว คล้ายเมล็ดข้าวสาร สีน้ำตาลอ่อน ความกว้างของไข่ 5.1 มม. ความยาว 2.38 มม.
-  ระยะตัวอ่อน ลำตัวสำน้ำตาลปนเหลือง ฟักออกจากไข่ช่วงแรกยังไม่มีปีก จะเริ่มมีตุ่มปีกในเมื่อถึงกลางวัยอ่อน พอลอกคราบ 8 ครั้ง จึงเข้าสู่วัยแก่ (รวมอายุวัยอ่อนระหว่าง 42 – 55 วัน)
-  ระยะตัวเต็มวัย มีปีก 2 คู่ เพศผู้ ปีกคู่หน้าย่น มีหนาม ไว้ทำเสียง เพศเมีย มีปีกเรียบ และมีเข็มวางไข่อยู่ส่วนท้ายของลำตัว อายุวัยแก่ประมาณ 38 – 49 วัน
-  การผสมพันธุ์ ตัวเต็มวัยอายุ 3 – 4 วัน จะเริ่มผสมพันธุ์ตัวผู้จะขยับปีกคู่หน้าถูกันให้เกิดเสียงหลายจังหวะ หลายสำเนียงในการสื่อสารความหมายต่างๆ สำหรับการผสมพันธุ์จะเกิดตลอดช่วงอายุตัวเต็มวัย โดยตัวเมียจะขึ้นคร่อมบนหลังตัวผู้
-  การวางไข่ ตัวเมียเริ่มวางไข่เมื่อผสมพันธุ์ผ่านไป 3 – 4 วัน แบ่งการวางไข่เป็น 5 รุ่น วางไข่ได้เฉลี่ย 1,200 – 1,700 ฟอง/จีง โดยวางไข่ไว้ใต้ดิน และฟักออกเป็นตัวเมื่อไข่อายุครบ 7 วัน

ผลผลิต

เลี้ยง 1 บ่อ จะให้ลูกจิ้งหรีดในวัยที่สามารถเก็บผลผลิตได้ประมาณ 5 กก./บ่อ/รุ่น
หมายเหตุ: จิ้งหรีดสามารถนำมาแปรรูปทำเป็นน้ำพริกนรก น้ำพริกตาแดง จิ้งหรดสามรส ผสมน้ำยาป่ากินกับขนมจีน ทำข้าวเกรียบ โดยเฉพาะจิ้งหรีดทอดเป็นที่นิยมบริโภคกันมาก

ทุนการผลิตและผลตอบแทน

ต้นทุนการเลี้ยงจิ้งหรีด สามารถเลี้ยงได้ปีละ 5 รุ่น/บ่อ โดยมีค่าใช้จ่ายต่อบ่อ ดังนี้
รุ่นที่ 1 (เริ่มเลี้ยง)
  1. วัสดุในการเลี้ยง เทปกาว ลวดยางรัดบ่อ ตาข่ายมัด ถาดไข่ และหญ้าเลี้ยง  = 300 บาท
  2. ค่าพันธ์ไข่จิ้งหรีด 5 รุ่นๆ ละ 50 บาท       = 250 บาท
  3. ค่าอาหารจิ้งหรีด (อาหารไก่) 3 กก.         =   50  บาท
รวม 600 บาท
รุ่นที่ 2–5 (4 รุ่น)
  1. ค่าอาหารจิ้งหรีด (อาหารไก่) 3 กก. 50 x 4 รุ่น = 200 บาท
    รวมค่าใช้จ่ายในการเลี้ยง = 850 บาท/บ่อ/ปี
ผลตอบแทน
-  จิ้งหรีดที่เลี้ยงมีผลผลิตได้ 5 กก./บ่อ/รุ่น ราคากิโลกรัมละประมาณ 100 บาท (ราคาส่ง)มีรายได้ 2,500 บาท (กำไรเฉลี่ย 1,700 บาท/บ่อ/ปี)

แหล่งข้อมูลและสอบถาม
#สมใจนึกจิ้งหรีดฟาร์มนครสวรรค์ โทร 086-3552228

สนใจธุรกิจจิ้งหรีด จิ้งโกร่ง และ แมงสะดิ้ง โทร 08-6355-2228

วัตถุดิบลดต้นทุนอาหารสัตว์ (แป้งมันผง) ราคา 400 บาท โทร 08-6355-2228

อยากคุยปรึกษาเรื่องจิ้งหรีด id line : blueblackips

อยากซื้อไข่จิ้งหรีดและแมงสะดิ้ง ราคาถูก https://www.facebook.com/cricketeggs

อยากรวยด้วยจิ้งหรีด https://www.facebook.com/PSuperCricketman

เว็บไซต์สมใจนึกจิ้งหรีดฟาร์มนครสวรรค์ 
http://somjainukcricket.blogspot.com/

อยากเป็นเพื่อนสนิทกับสมใจนึกจิ้งหรีดฟาร์มนครสวรรค์ 
https://www.facebook.com/somjainukcricket
อยากซื่้อไข่จิ้งหรีดทองดำกับสมใจนึกจิ้งหรีดฟาร์มนครสวรรค์ 
https://www.facebook.com/somjainukcricket

อยากซื่้อไข่จิ้งโกร่งกับสมใจนึกจิ้งหรีดฟาร์มนครสวรรค์ 
https://www.facebook.com/somjainukcricket

อยากซื่้อไข่สะดิ้งกับสมใจนึกจิ้งหรีดฟาร์มนครสวรรค์ 
https://www.facebook.com/somjainukcricket


ทางเราพร้อมให้คำปรึกษา พร้อมขายพันธุ์และรับซื้อคืนจิ้งหรีดประกันราคา ทางเราทำครบวงจร มากกว่าแค่ฟาร์มจิ้งหรีด คือ สมใจนึกจิ้งหรีดฟาร์ม


วันอังคารที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2559

สูตรไม่ลับในการทำเป็ดพะโล้ขาย

( สูตรไม่ลับ ในการทำเป็ดพะโล้ขาย )
( แบบที่ 2 . เป็ดพะโล้ สูตรอร่อย แบบทำตัวเดียวง่ายๆทำกินเองที่บ้าน )
ส่วนผสมและสัดส่วน เราไปดูกันเลย
เงินลงทุน : ประมาณ 6,000 บาท (เตาพร้อมถังแก๊ส ราคา 2,000 บาท ตู้กระจก ราคา 1,500 บาท)
รายได้ : ประมาณ 200 บาทขึ้นไป/เป็ด 1 ตัว
วัสดุ/อุปกรณ์ : เตาพร้อมถังแก๊ส กระทะ หม้อ กะละมัง มีด เขียง ทัพพี ตู้กระจก เหล็กสำหรับเกี่ยวคอเป็ด
แหล่งจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์ : ร้านค้าทั่วไป ห้างสรรพสินค้า เวิ้งนาครเขษม
"ส่วนผสมขั้นแรก "
- เป็ดสด 7-8 ตัว
- ขิงแก่ทุบ 200 กรัม
- ซีอิ๊วดำและน้ำมันพืชพอประมาณ
วิธีทำ :
1. นำเป็ดสดที่ชำแหละแล้วใส่กะละมัง แล้วนำซีอิ๊วดำทาคลุกเคล้าให้ทั่วทั้งตัวเป็ด โดยให้สีสม่ำเสมอกันทุกส่วน
2. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชพอท่วมตัวเป็ด เมื่อน้ำมันร้อนให้นำเป็ดที่ทาซีอิ๊วแล้วลงทอด ประมาณ 5 นาที พอให้หนังเป็ดตึง จึงตักใส่ภาชนะ นำขิงแก่ทุบใส่เข้าไปในท้องเป็ด
" ส่วนผสมขั้นที่ 2 (การตุ๋นดับกลิ่นคาว) "
- น้ำสะอาด 20 ลิตร
- ขิงแก่ทุบ 100 กรัม
- เหล้าจีน 1 แก้ว
- พริกไทยเม็ดทุบพอบุบ 20 เม็ด
- กระเทียมทุบ 30 กลีบ
3. นำน้ำใส่หม้อตั้งไฟต้มจนเดือด ใส่ขิงแก่ทุบ เหล้าจีน พริกไทย กระเทียม ผสมลงไป แล้วนำเป็ดที่เตรียมไว้ ลงไปต้มประมาณ 10 นาที นำขึ้นพักไว้
" ส่วนผสมขั้นที่ 3 (ต้มพะโล้) ; "
- น้ำสะอาด 20 ลิตร
- ขิงแก่ทุบ 200 กรัม
- เหล้าขาวดีกรีสูง 2 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยบุบ 30 เม็ด
- โป๊ยกั้ก 20 ดอก
- อบเชย 200 กรัม
- กระเทียมสด 30 กลีบ
- กระวาน 10-15 ลูก
- ซีอิ๊วดำ 1 ขวดใหญ่
- ซอสถั่วเหลือง 1 ขวดใหญ่
- น้ำตาลทรายแดง 1 กิโลกรัม
- เกลือป่น 3 ห่อเล็ก
- น้ำตาลปี๊บ 1.5 กิโลกรัม
4. ตั้งหม้อใส่น้ำประมาณ 20 ลิตร ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงไปต้มจนเดือดนำเป็ดในข้อ 3 ลงไปต้ม หมั่นตักฟองและน้ำมันที่ลอยในหม้อทิ้ง ต้มประมาณ 45 นาที – 1 ชั่วโมง
5. นำเป็ดพะโล้ใส่เหล็กแขวนในตู้กระจก เพื่อขายเป็นตัวหรือหั่นเป็นชิ้นขายพร้อมน้ำจิ้มต่อไป
" ส่วนผสมน้ำจิ้ม : "
- พริกขี้หนูสด 2-3 ขีด
- กระเทียม 3 ขีด
- น้ำส้มสายชู 1 ถ้วยตวง
- น้ำปลา 1 ถ้วยตวง
- เต้าเจี้ยว ½ ถ้วยตวง
- เกลือป่น 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย ½ ถ้วยตวง
- ซีอิ๊วดำ 2 ช้อนโต๊ะ
- รากผักชี 1 ขีด
นำส่วนผสมทั้งหมดใส่เครื่องบดหรือตำให้ละเอียดก็จะได้น้ำจิ้มเป็ดพะโล้
ตลาด/แหล่งจำหน่า : แหล่งชุมชน ตลาดทั่วไป
ข้อแนะนำ :
1. ควรซื้อเครื่องในเป็ดขายควบคู่กันด้วย
2. สามารถดัดแปลงเป็นข้าวหน้าเป็ดหรือก๋วยเตี๋ยวเป็ดเพื่อเพิ่มรายได้
....................................................
( แบบที่ 2 . เป็ดพะโล้ สูตรอร่อย ) แบบทำตัวเดียวง่ายๆทำกินเองที่บ้าน
ส่วนผสมและสัดส่วน
เป็ดพะโล้
1. เป็ด1 ตัว
2. อบเชย 20 กรัม
3. โป๊ยกั๊ก 20 กรัม
4. ผงพะโล้ 1 ช้อนโต๊ะ
5. พริกไทยป่นตรามือ 1/4 ช้อนโต๊ะ
6. น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
7. ซีอิ๊วดำหวาน 1 ช้อนโต๊ะ
8.ซีอิ๊วขาว 1/4 ทัพที
9.เกลือป่น 1/4 ช้อนโต๊ะ
10.รากผักชี 2 - 3 ราก
11.กระเทียมไทย 3 - 5 หัว
" น้ำจิ้มเป็ดพะโล้ "
1. พริกขี้หนูสด
2. กระเทียม
3. น้ำส้มสายชู
4. น้ำตาลทราย
วิธีปรุง
" เป็ดพะโล้ "
1. เป็ดนำมาล้างทำความสะอาด เอาเครื่องในออกมา แขวนผึ่งลมให้แห้ง
2. ต้มน้ำใส่หม้อ ใส่เครื่องเป็ดพะโล้ลงไป อบเชย โป๊ยกั๊ก ซีอิ๊วดำหวาน พริกไทยป่น ซีอิ๊วขาว เกลือ รากผักชี และกระเทียม
3. เคี่ยวด้วยไฟอ่อนนานประมาณ 1 ชั่วโมง ให้กลิ่นของเครื่องเทศ ออกมา จากนั้นในเป็ดและเครื่องในลงมาต้ม เคี่ยวด้วยไฟอ่อนต่อไปประมาณ 4 ชั่วโมง
" น้ำจิ้มเป็ดพะโล้ "
1.โขลกพริกและกระเทียมเข้าด้วยกัน ใส่เกลือลงไป
2.ใส่น้ำส้มสายชู น้ำตาลทราย คนให้เข้ากันชิมรสตามชอบ

============================================================================





ท่านผู้ที่สนใจไข่จิ้งโกร่ง เพื่อเพาะเลี้ยง พร้อมสอนเลี้ยง 
โทร 08-6355-2228 หรือ Line ID : blueblackips  รับจำนวนจำกัด
มีพันธ์ุไข่แมลงขายตลอดทั้งปี ราคาถูกๆ สุด เน้นคุณภาพดี

facebook แวะชมก่อนนะค่ะ https://www.facebook.com/superbigcricket/


#ขณะนี้มีพันธุ์ไข่จิ้งโกร่งมาแล้วคะ ...โปร แรง คุ้มๆ ไข่จิ้งโกร่ง 7 ขันฟรี 2 ขัน พิเศษอีก 1 ขัน ถ้ายืนยันการโอนทันที มีเพียง 2 ชุดเท่านั้น สั่งกันได้นะคะ ตั้งแต่ 10-25 พย. 59 สนใจโทร 086-355-2228 หรือ Line Id : blueblackips


วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2558

การเพาะเลี้ยงอึ่งเผ้าในบ่อซีเมนต์

การเพาะเลี้ยงอึ่งเผ้าในบ่อซีเมนต์
ช่วงนี้เริ่มเข้าสู่หน้าฝน มีสัตว์เศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งที่มาช่วงหน้าฝน และหากินได้แค่ฤดูฝนเท่านั้น นั้นก็คือ ..อึ่ง.. ซึ่งอึ่งชนิดหนึ่งที่เป็นที่นิยมนำมารับประทาน และใกล้จะสูญพันธุ์คือ อึ่งเผ้าหรืออึ่งปากขวด ราคานั้นไม่เบาเลย สูงถึงกิโลกรัมละ 200-250 บาท เลยทีเดียว...
อึ่งเผ้า มีลักษณะเฉพาะตัวคือ มีความยาวจากหัวจรดถึงก้นประมาณ 73 มิลลิเมตร ลำตัวอ้วนป้อม มีลักษณะเด่นคือ หน้าสั้นมาก ปากแคบและทู่ไม่มีฟัน ไม่เหมือนกับกบหรืออึ่งอ่างชนิดอื่น ๆ ตาเล็ก ขาสั้น แผ่นเยื่อแก้วหูเห็นไม่ชัด ลำตัวสีน้ำตาลดำหรือสีเทาดำ ใต้ท้องสีขาว บางตัวอาจมีจุดกระสีเหลืองกระจายอยู่ทั่ว เท้าทั้ง 4 ข้างมีพังผืดเกาะติดอยู่ ใช้สำหรับว่ายน้ำ และมีสันใต้ฝ่าเท้าหลังใช้สำหรับขุดดิน
อึ่งเผ้า พบในภูมิภาคอินโดจีน ในประเทศไทยจะพบเฉพาะพื้นที่ที่อยู่เหนือจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ขึ้นไป โดยมีพฤติกรรมอาศัยโดยขุดโพรงดินที่เป็นดินปนทรายและอาศัยอยู่ภายใน ในป่าที่มีความชุ่มชื้นใกล้กับพื้นที่ชุ่มน้ำ ในฤดูร้อนจะซ่อนตัวในโพรงแทบตลอด เมื่อฝนตกจะออกมาหากิน โดยหากินในเวลากลางคืน
อึ่งเผ้าจะผสมพันธุ์และวางไข่ในช่วงต้นฤดูฝน โดยจะทำการผสมพันธุ์วางไข่เร็วกว่าอึ่งอ่างหรือกบชนิดอื่น ลูกอ๊อดมีลำตัวป้อมและโปร่งแสง ลำตัวเป็นสีเหลือง มีส่วนบนและส่วนล่างเป็นสีดำ จะหากินอยู่ในระดับกลางน้ำ โดยจะว่ายทำมุมประมาณ 45 องศาเซล เซียส อยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ ไปไหนมาไหนพร้อมกันเป็นฝูง
ปัจจุบันมีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์มาก เพราะการถูกจับมาบริโภคและสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยเปลี่ยนไป
การเพาะเลี้ยงอึ่งเผ้าในบ่อซีเมนต์
ลักษณะบ่อเพาะเลี้ยง
1. บ่อซีเมนต์ ขนาด 2X4X1 เมตร ผนังเรียบ
2.พื้นบ่อเป็นทรายละเอียดหนา 50 เซนติเมตร อีกฝั่งหนึ่งทำเป็นบ่อน้ำขอบบ่อเสมอกับพื้นดินทราย
3. หลังคาคลุมด้วยสแลนท์พลางแสง 80 เปอร์เซ็นต์
4. ขอบบ่อด้านบน วางแผนสังกะสีให้ด้านหนึ่งของสังกะสีเลยเข้ามาในบ่อประมาณ 15 นิ้ว กันอึ่งหนีออกบ่อ
5. ติดตั้งสปริงเกอร์ และ หลอดไฟฟ้า ในบ่อ 1 จุด
การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์อึ่ง
พ่อพันธุ์แม่พันธุ์อึ่งนั้น สามารถรวบรวมได้จากธรรมชาติ บริเวณป่าเต็งรัง ป่าโปร่ง ช่วงเดือนพฤษภาคม ถึงเดือนมิถุนายน (พบมากในช่วงฝนตกหนักครั้งแรกของฤดูฝน) เมื่อรวบรวมมาได้แล้วให้คัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ดังนี้
เพศผู้
- ลำตัวมีสีดำเข้มข้างตัวมีลายดำจุดขาว
- ลำตัวเล็ก และ ยาวกว่าเพศเมีย
เพศเมีย
- ลำตัวสั้น และ ใหญ่กว่าตัวผู้
- ข้างตัวมีลายจุดขาวอมเหลือง ผนังท้องบางมองเห็นไข่
- ตัวเมียที่มีไข่เต็มท้องโดยหงายดูที่ท้องจะเห็นไข่ลักษณะสีดำ
วิธีการเพาะพันธุ์อึ่งเผ้า
ใช้อัตราส่วนเพศผู้ : เพศเมีย (1:1) จำนวน 1 – 2 คู่ ต่ออ่าง ใส่น้ำครึ่งอ่าง เมื่อเห็นไข่ลอยเต็มอ่างภายใน 11 – 12 เซนติเมตร ให้แยกพ่อแม่พันธุ์ออกจากอ่าง ( แม่พันธุ์ 1 ตัวให้ไข่ 8,000 – 10,000 ฟอง) ไข่จะฟักออกเป็นตัวภายใน 24 ชั่วโมง
การให้อาหารอึ่งเผ้า
ใน 3 วันแรกลูกอ๊อดไม่กินอาหาร เมื่อลูกอ๊อดอายุ 4 วัน เริ่มให้ไข่แดงต้มสุกบดให้ละเอียดวันละ 1 ครั้งในตอนเช้า ประมาณ 1/4 ฟองต่ออ่าง
เมื่อลูกอ๊อดอายุ 7 วัน เริ่มให้อาหารปลาดุกเล็กโปรตีน 32 เปอร์เซ็นต์ 100 กรัมต่ออ่าง ให้วันละ 1 ครั้ง จนลูกอ๊อดอายุประมาณ 45 วัน หางลูกอ๊อดเริ่มหลุด หลังจากลูกอ๊อดหางหลุด อึ่งจะพัฒนาเหมือนตัวเต็มวัย และจะออกจากอ่างลงบนพื้นทรายในบ่อประมาณ 3 วัน อึ่งจะฝังตัวในทรายบนพื้นบ่อ
กรณีให้อาหารเสริม เช่น ปลวก และแมลง ให้เปิดสปริงเกอร์วันละ 1 ครั้ง และเปิดไฟล่อแมลงในบ่อตอนกลางคืน
วิธีการจับอึ่งจากการเพาะเลี้ยง
- โดยการนำแผ่นสังกะสีวางบนหลังคาที่คลุมด้วยสแลนต์ แล้วจึงใช้น้ำฉีดที่แผ่นสังกะสี (เป็นการเลียนแบบฝนตก) อึ่งเผ้าที่ฝังตัวอยู่ในทรายจะออกมา
- ปล่อยให้น้ำท่วมพื้นบ่อ อึ่งจะขึ้นมาบริเวณผิวน้ำสามารถคัดขนาดได้ตามต้องการ
ข้อมูลและรูปภาพ
http://farmfriend.blogspot.com/2015/05/blog-post.html

ทำตู้พักไข่ด้วยงบ 100 บาท

ทำตู้พักไข่ด้วยงบ 100 บาท ความรู้จาก. คุณเศษเหล็ก. ทางเรียบนครสุดเข็ต

1.ถังเปล่า 1 ใบเจาะใส่หลอดไฟขนาด 13. วัต และเจาะรูเพื่อระบายอากาศ
2. ถ้วยเล็ก 1. ใบ ใส่น้ำเปล่าเพื่อป้องกันไม่ให้ ไข่แห้งติดเปลือก

3.กลับไข่เช้าและเย็น เปิดไฟไว้ตลอด 24. ชั่วโมง.

ใช้ได้จริง หมดปัญหาเรื่องแม่ไก่ไม่ยอมฟักไขฯลฯ

ชีววิถี..เลี้ยงกุ้งก้ามแดง ทางเลือก..ต้นทุนสุดต่ำ

ยิ่งรก...ยิ่งรอด
เป็นคำจำกัดความสั้นๆง่ายๆของ นายประทีป มายิ้ม วิทยากรศูนย์การเรียนรู้ชีววิถีเพื่อการเรียนรู้อย่างยั่งยืน บ้านห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ที่กล่าวถึงวิธีการเลี้ยง “กุ้งก้ามแดง” หรือ “ล็อบสเตอร์น้ำจืด”
“ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดที่จะเลี้ยงกุ้งพันธุ์นี้เลย แต่เพราะ 4 ปีก่อน ลูกสาวไปซื้อลูกกุ้งมา 4 ตัว ตัวละ 30 บาท ไม่รู้ว่ามันคือกุ้งอะไร คิดว่าเป็นกุ้งสวยงาม เลยเอามาปล่อยในอ่างเลี้ยงปลาหางนกยูง เลี้ยงแบบตามมีตามเกิด ไม่ได้ให้อาหารอะไรเลย แต่สังเกตเห็นสาหร่ายหางกระรอกในอ่างเลี้ยงปลาค่อยๆ ลดลง แสดงว่ามันกินเป็นอาหารได้”

ลูกกุ้ง


3 เดือนผ่านไป กุ้งเริ่มโตเท่าหัวแม่มือ จึงย้ายลงบ่อปูนที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อย...เลี้ยงไปอีกไม่กี่เดือน คราวนี้กุ้งออกลูกลอยเป็นแพเต็มบ่อ เมื่อให้มันกินสาหร่ายเป็นอาหารได้ ประทีป เลยทดลองเอาแหนมาใส่เป็นอาหาร กุ้งตัวเล็กตัวน้อยก็เติบโตได้ ใครที่มาดูงานศูนย์การเรียนรู้ฯ เห็นแล้วชอบใจ ขอซื้อลูกกุ้งไปเลี้ยง...จากจุดนี้ ขายแค่ลูกกุ้งรายได้ไม่เลว ปีหนึ่งให้ลูก 3-4 ครั้ง

แหนอาหารเลี้ยงกุ้งก้ามแดง


จากเริ่มต้นด้วยลูกกุ้งแค่ 4 ตัว เลี้ยงเล่นๆ สนุกแค่ปีเดียว ลูกกุ้งมีมากมาย เลยแบ่งส่วนหนึ่ง 500 ตัวลงแปลงนาสาธิตของศูนย์เรียนรู้ฯ พื้นที่ขนาด กว้าง 3 เมตร ยาว 5 เมตร ขังน้ำลึกประมาณ 1 ฝ่ามือ ปลูกข้าวเต็มรกไปหมด กั้นตาข่ายโดยรอบ เพื่อป้องกันนก หนู สัตว์แปลกปลอมเล็ดลอดเข้าไปจับกุ้ง

มุ้งตาข่ายป้องกันสัตว์อื่นๆให้กุ้ง


“เอาลูกกุ้งมาปล่อยในนาสาธิต ปล่อยไปอย่างนั้นไม่ได้คิดอะไร แค่อยากทดลองอะไรเล่นสนุกๆ ถึงได้รู้กุ้งพันธุ์นี้จะอยู่รอดได้มากแค่ไหน ขึ้นอยู่กับว่าเราทำที่หลบซ่อนให้มันได้ดีแค่ไหน เพราะศัตรูของมันไม่ได้มีแค่พวกสัตว์อื่นๆ ที่เราต้องมุ้งตาข่ายป้องกันเท่านั้น มันยังกินกันเองอีกด้วย โดยเฉพาะในช่วงที่มีการลอกคราบ กุ้งตัวไหนลอกคราบ ไม่มีที่ให้หลบซ่อนมักจะเจอตัวอื่นมารุมจับกินเป็นอาหาร”
ด้วยเหตุนี้ ประทีป ถึงได้สรุปวิธีการเลี้ยงกุ้งก้ามแดง “ยิ่งรก ยิ่งรอด” นอกจากจะรกด้วยการปลูกข้าวและต้นไม้น้ำสารพัดชนิดแล้ว ยังเอาท่อประปา (ท่อพีวีซี) ตัดเป็นท่อนยาวประมาณ 1 คืบ มาทำเป็นที่หลบซ่อนให้กุ้งด้วย...ส่วนเรื่องอาหารเลี้ยง ไม่เคยควักเงินซื้อ ใช้แต่แหนอย่างเดียว

นายประทีป มายิ้ม


เลี้ยงปล่อยไว้อย่างนั้น คอยเติมแหนกับดูแลเติมน้ำไม่ให้แห้ง...1 ปีครึ่งผ่านไป ได้กุ้งขนาด 2 ตัว 1 กก. เชฟโรงแรมแชงกรี-ลาที่พัทยารู้ข่าว เลยมาติดต่อขอซื้อ ให้ราคา กก.ละ 1,200 บาท เอา 200 กก.คูณเข้าไป รวมเป็นเงิน 2 แสนกว่าบาท... มาปีนี้พัฒนาไปอีกขั้นหนึ่ง ทำ
สัญญาจองซื้อขายล่วงหน้าเป็นปีไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ค่าอาหารไม่มี แค่ซื้อลูกกุ้งไม่กี่ตัวมาเพาะเอง เป็นอีกทางเลือกของการเลี้ยงกุ้งก้ามแดงที่เสี่ยงน้อย ต้นทุนต่ำ...อยากจะรู้ลึกมากกว่านี้ 21 มิ.ย.นี้ สมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย จัดสัมมนา “กุ้งก้ามแดง...สัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่” ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน สอบถามรายละเอียดได้ที่ 0-2940-5425, 08-6340-1713.
ชาติชาย ศิริพัฒน์

วันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

เนื้อทอดน้ำปลากรอบนอกนุ่มใน

เมนูทอดทำกินเอง ไม่ว่าจะเป็น ไก่ทอด หมูทอด ปลาทอด ก็เริ่มเบื่อละ อยากเปลี่ยนเมนูกันแล้ว 
             วันนี้ ไข่เจียว.com จึงขอนำเสนอเมนูทอดแปลกใหม่บ้าง ซึ่งเป็นสูตรจากคุณ swin สมาชิกเวปไซต์พันทิปดอทคอม  ด้วยสูตร "เนื้อทอดน้ำปลา"ให้คุณอร่อยไปกับเนื้อทอดกรอบนอกนุ่มใน รสชาติกลมกล่อม อร่อยโดนใจคนชอบทานเนื้อไปเลยค่ะ ถ้าพร้อมแล้ว อย่ามัวช้า  เราไปดูวิธีทำพร้อมๆกันเลยค่ะ
  ส่วนผสม
           เนื้อวัว 500 กรัม
           น้ำปลาอย่างดี 3 ช้อนโต๊ะ
           พริกไทย
           น้ำมันสำหรับทอด
  วิธีทำ      
เนื้อทอดน้ำปลา2
หั่นเนื้อวัวเป็นชิ้นยาว ๆ (สูตรนี้ใช้เนื้อวัวที่หั่นไว้แล้วสำหรับนำไปทำหมูแดดเดียว) 
           หมักเนื้อวัวกับน้ำปลาและพริกไทย เคล้าผสมให้เข้ากัน (ระวังอย่าใส่น้ำปลาเยอะไม่อย่างนั้นรสชาติจะออกมาเค็มมาก แนะนำให้ลองชิมน้ำปลาก่อน เพราะน้ำปลาแต่ละยี่ห้อความเค็มแตกต่างกัน)
เนื้อทอดน้ำปลา3
           หมักเนื้อทิ้งไว้ในตู้เย็นประมาณ 2 ชั่วโมง (เนื้อเริ่มจะแห้งเพราะในตู้เย็นมีความชื้นต่ำ ถ้าเอาไปตากแดดก็จะได้เป็นเนื้อแดดเดียว)
เนื้อทอดน้ำปลา4
           ใส่น้ำมันลงในกระทะให้เยอะพอสมควร นำขึ้นตั้งไฟแรง พอน้ำมันร้อนใส่เนื้อที่หมักไว้ลงไปทอดทีละครึ่งหนึ่ง
เนื้อทอดน้ำปลา1
ทอดประมาณ 9 นาที 
 
เนื้อทอดน้ำปลา6
ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน ใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

          เป็นอาหารที่ทำแสนง่ายน่ากินไปอีกกับเมนู"เนื้อทอดน้ำปลา"เนื้อทอดกรอบนอกนุ่มใน ทานกับน้ำเหนียวร้อนๆ หรือกับข้าวสวยสักจาน อืมมม..อร่อยอย่าบอกใครเลยค่ะ 

เรียบเรียงโดย : Kaijeaw.com, ไข่เจียว.com