วันอังคารที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2559

สูตรไม่ลับในการทำเป็ดพะโล้ขาย

( สูตรไม่ลับ ในการทำเป็ดพะโล้ขาย )
( แบบที่ 2 . เป็ดพะโล้ สูตรอร่อย แบบทำตัวเดียวง่ายๆทำกินเองที่บ้าน )
ส่วนผสมและสัดส่วน เราไปดูกันเลย
เงินลงทุน : ประมาณ 6,000 บาท (เตาพร้อมถังแก๊ส ราคา 2,000 บาท ตู้กระจก ราคา 1,500 บาท)
รายได้ : ประมาณ 200 บาทขึ้นไป/เป็ด 1 ตัว
วัสดุ/อุปกรณ์ : เตาพร้อมถังแก๊ส กระทะ หม้อ กะละมัง มีด เขียง ทัพพี ตู้กระจก เหล็กสำหรับเกี่ยวคอเป็ด
แหล่งจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์ : ร้านค้าทั่วไป ห้างสรรพสินค้า เวิ้งนาครเขษม
"ส่วนผสมขั้นแรก "
- เป็ดสด 7-8 ตัว
- ขิงแก่ทุบ 200 กรัม
- ซีอิ๊วดำและน้ำมันพืชพอประมาณ
วิธีทำ :
1. นำเป็ดสดที่ชำแหละแล้วใส่กะละมัง แล้วนำซีอิ๊วดำทาคลุกเคล้าให้ทั่วทั้งตัวเป็ด โดยให้สีสม่ำเสมอกันทุกส่วน
2. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชพอท่วมตัวเป็ด เมื่อน้ำมันร้อนให้นำเป็ดที่ทาซีอิ๊วแล้วลงทอด ประมาณ 5 นาที พอให้หนังเป็ดตึง จึงตักใส่ภาชนะ นำขิงแก่ทุบใส่เข้าไปในท้องเป็ด
" ส่วนผสมขั้นที่ 2 (การตุ๋นดับกลิ่นคาว) "
- น้ำสะอาด 20 ลิตร
- ขิงแก่ทุบ 100 กรัม
- เหล้าจีน 1 แก้ว
- พริกไทยเม็ดทุบพอบุบ 20 เม็ด
- กระเทียมทุบ 30 กลีบ
3. นำน้ำใส่หม้อตั้งไฟต้มจนเดือด ใส่ขิงแก่ทุบ เหล้าจีน พริกไทย กระเทียม ผสมลงไป แล้วนำเป็ดที่เตรียมไว้ ลงไปต้มประมาณ 10 นาที นำขึ้นพักไว้
" ส่วนผสมขั้นที่ 3 (ต้มพะโล้) ; "
- น้ำสะอาด 20 ลิตร
- ขิงแก่ทุบ 200 กรัม
- เหล้าขาวดีกรีสูง 2 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทยบุบ 30 เม็ด
- โป๊ยกั้ก 20 ดอก
- อบเชย 200 กรัม
- กระเทียมสด 30 กลีบ
- กระวาน 10-15 ลูก
- ซีอิ๊วดำ 1 ขวดใหญ่
- ซอสถั่วเหลือง 1 ขวดใหญ่
- น้ำตาลทรายแดง 1 กิโลกรัม
- เกลือป่น 3 ห่อเล็ก
- น้ำตาลปี๊บ 1.5 กิโลกรัม
4. ตั้งหม้อใส่น้ำประมาณ 20 ลิตร ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงไปต้มจนเดือดนำเป็ดในข้อ 3 ลงไปต้ม หมั่นตักฟองและน้ำมันที่ลอยในหม้อทิ้ง ต้มประมาณ 45 นาที – 1 ชั่วโมง
5. นำเป็ดพะโล้ใส่เหล็กแขวนในตู้กระจก เพื่อขายเป็นตัวหรือหั่นเป็นชิ้นขายพร้อมน้ำจิ้มต่อไป
" ส่วนผสมน้ำจิ้ม : "
- พริกขี้หนูสด 2-3 ขีด
- กระเทียม 3 ขีด
- น้ำส้มสายชู 1 ถ้วยตวง
- น้ำปลา 1 ถ้วยตวง
- เต้าเจี้ยว ½ ถ้วยตวง
- เกลือป่น 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย ½ ถ้วยตวง
- ซีอิ๊วดำ 2 ช้อนโต๊ะ
- รากผักชี 1 ขีด
นำส่วนผสมทั้งหมดใส่เครื่องบดหรือตำให้ละเอียดก็จะได้น้ำจิ้มเป็ดพะโล้
ตลาด/แหล่งจำหน่า : แหล่งชุมชน ตลาดทั่วไป
ข้อแนะนำ :
1. ควรซื้อเครื่องในเป็ดขายควบคู่กันด้วย
2. สามารถดัดแปลงเป็นข้าวหน้าเป็ดหรือก๋วยเตี๋ยวเป็ดเพื่อเพิ่มรายได้
....................................................
( แบบที่ 2 . เป็ดพะโล้ สูตรอร่อย ) แบบทำตัวเดียวง่ายๆทำกินเองที่บ้าน
ส่วนผสมและสัดส่วน
เป็ดพะโล้
1. เป็ด1 ตัว
2. อบเชย 20 กรัม
3. โป๊ยกั๊ก 20 กรัม
4. ผงพะโล้ 1 ช้อนโต๊ะ
5. พริกไทยป่นตรามือ 1/4 ช้อนโต๊ะ
6. น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
7. ซีอิ๊วดำหวาน 1 ช้อนโต๊ะ
8.ซีอิ๊วขาว 1/4 ทัพที
9.เกลือป่น 1/4 ช้อนโต๊ะ
10.รากผักชี 2 - 3 ราก
11.กระเทียมไทย 3 - 5 หัว
" น้ำจิ้มเป็ดพะโล้ "
1. พริกขี้หนูสด
2. กระเทียม
3. น้ำส้มสายชู
4. น้ำตาลทราย
วิธีปรุง
" เป็ดพะโล้ "
1. เป็ดนำมาล้างทำความสะอาด เอาเครื่องในออกมา แขวนผึ่งลมให้แห้ง
2. ต้มน้ำใส่หม้อ ใส่เครื่องเป็ดพะโล้ลงไป อบเชย โป๊ยกั๊ก ซีอิ๊วดำหวาน พริกไทยป่น ซีอิ๊วขาว เกลือ รากผักชี และกระเทียม
3. เคี่ยวด้วยไฟอ่อนนานประมาณ 1 ชั่วโมง ให้กลิ่นของเครื่องเทศ ออกมา จากนั้นในเป็ดและเครื่องในลงมาต้ม เคี่ยวด้วยไฟอ่อนต่อไปประมาณ 4 ชั่วโมง
" น้ำจิ้มเป็ดพะโล้ "
1.โขลกพริกและกระเทียมเข้าด้วยกัน ใส่เกลือลงไป
2.ใส่น้ำส้มสายชู น้ำตาลทราย คนให้เข้ากันชิมรสตามชอบ

============================================================================





ท่านผู้ที่สนใจไข่จิ้งโกร่ง เพื่อเพาะเลี้ยง พร้อมสอนเลี้ยง 
โทร 08-6355-2228 หรือ Line ID : blueblackips  รับจำนวนจำกัด
มีพันธ์ุไข่แมลงขายตลอดทั้งปี ราคาถูกๆ สุด เน้นคุณภาพดี

facebook แวะชมก่อนนะค่ะ https://www.facebook.com/superbigcricket/


#ขณะนี้มีพันธุ์ไข่จิ้งโกร่งมาแล้วคะ ...โปร แรง คุ้มๆ ไข่จิ้งโกร่ง 7 ขันฟรี 2 ขัน พิเศษอีก 1 ขัน ถ้ายืนยันการโอนทันที มีเพียง 2 ชุดเท่านั้น สั่งกันได้นะคะ ตั้งแต่ 10-25 พย. 59 สนใจโทร 086-355-2228 หรือ Line Id : blueblackips


วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2558

การเพาะเลี้ยงอึ่งเผ้าในบ่อซีเมนต์

การเพาะเลี้ยงอึ่งเผ้าในบ่อซีเมนต์
ช่วงนี้เริ่มเข้าสู่หน้าฝน มีสัตว์เศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งที่มาช่วงหน้าฝน และหากินได้แค่ฤดูฝนเท่านั้น นั้นก็คือ ..อึ่ง.. ซึ่งอึ่งชนิดหนึ่งที่เป็นที่นิยมนำมารับประทาน และใกล้จะสูญพันธุ์คือ อึ่งเผ้าหรืออึ่งปากขวด ราคานั้นไม่เบาเลย สูงถึงกิโลกรัมละ 200-250 บาท เลยทีเดียว...
อึ่งเผ้า มีลักษณะเฉพาะตัวคือ มีความยาวจากหัวจรดถึงก้นประมาณ 73 มิลลิเมตร ลำตัวอ้วนป้อม มีลักษณะเด่นคือ หน้าสั้นมาก ปากแคบและทู่ไม่มีฟัน ไม่เหมือนกับกบหรืออึ่งอ่างชนิดอื่น ๆ ตาเล็ก ขาสั้น แผ่นเยื่อแก้วหูเห็นไม่ชัด ลำตัวสีน้ำตาลดำหรือสีเทาดำ ใต้ท้องสีขาว บางตัวอาจมีจุดกระสีเหลืองกระจายอยู่ทั่ว เท้าทั้ง 4 ข้างมีพังผืดเกาะติดอยู่ ใช้สำหรับว่ายน้ำ และมีสันใต้ฝ่าเท้าหลังใช้สำหรับขุดดิน
อึ่งเผ้า พบในภูมิภาคอินโดจีน ในประเทศไทยจะพบเฉพาะพื้นที่ที่อยู่เหนือจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ขึ้นไป โดยมีพฤติกรรมอาศัยโดยขุดโพรงดินที่เป็นดินปนทรายและอาศัยอยู่ภายใน ในป่าที่มีความชุ่มชื้นใกล้กับพื้นที่ชุ่มน้ำ ในฤดูร้อนจะซ่อนตัวในโพรงแทบตลอด เมื่อฝนตกจะออกมาหากิน โดยหากินในเวลากลางคืน
อึ่งเผ้าจะผสมพันธุ์และวางไข่ในช่วงต้นฤดูฝน โดยจะทำการผสมพันธุ์วางไข่เร็วกว่าอึ่งอ่างหรือกบชนิดอื่น ลูกอ๊อดมีลำตัวป้อมและโปร่งแสง ลำตัวเป็นสีเหลือง มีส่วนบนและส่วนล่างเป็นสีดำ จะหากินอยู่ในระดับกลางน้ำ โดยจะว่ายทำมุมประมาณ 45 องศาเซล เซียส อยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ ไปไหนมาไหนพร้อมกันเป็นฝูง
ปัจจุบันมีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์มาก เพราะการถูกจับมาบริโภคและสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยเปลี่ยนไป
การเพาะเลี้ยงอึ่งเผ้าในบ่อซีเมนต์
ลักษณะบ่อเพาะเลี้ยง
1. บ่อซีเมนต์ ขนาด 2X4X1 เมตร ผนังเรียบ
2.พื้นบ่อเป็นทรายละเอียดหนา 50 เซนติเมตร อีกฝั่งหนึ่งทำเป็นบ่อน้ำขอบบ่อเสมอกับพื้นดินทราย
3. หลังคาคลุมด้วยสแลนท์พลางแสง 80 เปอร์เซ็นต์
4. ขอบบ่อด้านบน วางแผนสังกะสีให้ด้านหนึ่งของสังกะสีเลยเข้ามาในบ่อประมาณ 15 นิ้ว กันอึ่งหนีออกบ่อ
5. ติดตั้งสปริงเกอร์ และ หลอดไฟฟ้า ในบ่อ 1 จุด
การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์อึ่ง
พ่อพันธุ์แม่พันธุ์อึ่งนั้น สามารถรวบรวมได้จากธรรมชาติ บริเวณป่าเต็งรัง ป่าโปร่ง ช่วงเดือนพฤษภาคม ถึงเดือนมิถุนายน (พบมากในช่วงฝนตกหนักครั้งแรกของฤดูฝน) เมื่อรวบรวมมาได้แล้วให้คัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ดังนี้
เพศผู้
- ลำตัวมีสีดำเข้มข้างตัวมีลายดำจุดขาว
- ลำตัวเล็ก และ ยาวกว่าเพศเมีย
เพศเมีย
- ลำตัวสั้น และ ใหญ่กว่าตัวผู้
- ข้างตัวมีลายจุดขาวอมเหลือง ผนังท้องบางมองเห็นไข่
- ตัวเมียที่มีไข่เต็มท้องโดยหงายดูที่ท้องจะเห็นไข่ลักษณะสีดำ
วิธีการเพาะพันธุ์อึ่งเผ้า
ใช้อัตราส่วนเพศผู้ : เพศเมีย (1:1) จำนวน 1 – 2 คู่ ต่ออ่าง ใส่น้ำครึ่งอ่าง เมื่อเห็นไข่ลอยเต็มอ่างภายใน 11 – 12 เซนติเมตร ให้แยกพ่อแม่พันธุ์ออกจากอ่าง ( แม่พันธุ์ 1 ตัวให้ไข่ 8,000 – 10,000 ฟอง) ไข่จะฟักออกเป็นตัวภายใน 24 ชั่วโมง
การให้อาหารอึ่งเผ้า
ใน 3 วันแรกลูกอ๊อดไม่กินอาหาร เมื่อลูกอ๊อดอายุ 4 วัน เริ่มให้ไข่แดงต้มสุกบดให้ละเอียดวันละ 1 ครั้งในตอนเช้า ประมาณ 1/4 ฟองต่ออ่าง
เมื่อลูกอ๊อดอายุ 7 วัน เริ่มให้อาหารปลาดุกเล็กโปรตีน 32 เปอร์เซ็นต์ 100 กรัมต่ออ่าง ให้วันละ 1 ครั้ง จนลูกอ๊อดอายุประมาณ 45 วัน หางลูกอ๊อดเริ่มหลุด หลังจากลูกอ๊อดหางหลุด อึ่งจะพัฒนาเหมือนตัวเต็มวัย และจะออกจากอ่างลงบนพื้นทรายในบ่อประมาณ 3 วัน อึ่งจะฝังตัวในทรายบนพื้นบ่อ
กรณีให้อาหารเสริม เช่น ปลวก และแมลง ให้เปิดสปริงเกอร์วันละ 1 ครั้ง และเปิดไฟล่อแมลงในบ่อตอนกลางคืน
วิธีการจับอึ่งจากการเพาะเลี้ยง
- โดยการนำแผ่นสังกะสีวางบนหลังคาที่คลุมด้วยสแลนต์ แล้วจึงใช้น้ำฉีดที่แผ่นสังกะสี (เป็นการเลียนแบบฝนตก) อึ่งเผ้าที่ฝังตัวอยู่ในทรายจะออกมา
- ปล่อยให้น้ำท่วมพื้นบ่อ อึ่งจะขึ้นมาบริเวณผิวน้ำสามารถคัดขนาดได้ตามต้องการ
ข้อมูลและรูปภาพ
http://farmfriend.blogspot.com/2015/05/blog-post.html

ทำตู้พักไข่ด้วยงบ 100 บาท

ทำตู้พักไข่ด้วยงบ 100 บาท ความรู้จาก. คุณเศษเหล็ก. ทางเรียบนครสุดเข็ต

1.ถังเปล่า 1 ใบเจาะใส่หลอดไฟขนาด 13. วัต และเจาะรูเพื่อระบายอากาศ
2. ถ้วยเล็ก 1. ใบ ใส่น้ำเปล่าเพื่อป้องกันไม่ให้ ไข่แห้งติดเปลือก

3.กลับไข่เช้าและเย็น เปิดไฟไว้ตลอด 24. ชั่วโมง.

ใช้ได้จริง หมดปัญหาเรื่องแม่ไก่ไม่ยอมฟักไขฯลฯ

ชีววิถี..เลี้ยงกุ้งก้ามแดง ทางเลือก..ต้นทุนสุดต่ำ

ยิ่งรก...ยิ่งรอด
เป็นคำจำกัดความสั้นๆง่ายๆของ นายประทีป มายิ้ม วิทยากรศูนย์การเรียนรู้ชีววิถีเพื่อการเรียนรู้อย่างยั่งยืน บ้านห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ที่กล่าวถึงวิธีการเลี้ยง “กุ้งก้ามแดง” หรือ “ล็อบสเตอร์น้ำจืด”
“ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดที่จะเลี้ยงกุ้งพันธุ์นี้เลย แต่เพราะ 4 ปีก่อน ลูกสาวไปซื้อลูกกุ้งมา 4 ตัว ตัวละ 30 บาท ไม่รู้ว่ามันคือกุ้งอะไร คิดว่าเป็นกุ้งสวยงาม เลยเอามาปล่อยในอ่างเลี้ยงปลาหางนกยูง เลี้ยงแบบตามมีตามเกิด ไม่ได้ให้อาหารอะไรเลย แต่สังเกตเห็นสาหร่ายหางกระรอกในอ่างเลี้ยงปลาค่อยๆ ลดลง แสดงว่ามันกินเป็นอาหารได้”

ลูกกุ้ง


3 เดือนผ่านไป กุ้งเริ่มโตเท่าหัวแม่มือ จึงย้ายลงบ่อปูนที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อย...เลี้ยงไปอีกไม่กี่เดือน คราวนี้กุ้งออกลูกลอยเป็นแพเต็มบ่อ เมื่อให้มันกินสาหร่ายเป็นอาหารได้ ประทีป เลยทดลองเอาแหนมาใส่เป็นอาหาร กุ้งตัวเล็กตัวน้อยก็เติบโตได้ ใครที่มาดูงานศูนย์การเรียนรู้ฯ เห็นแล้วชอบใจ ขอซื้อลูกกุ้งไปเลี้ยง...จากจุดนี้ ขายแค่ลูกกุ้งรายได้ไม่เลว ปีหนึ่งให้ลูก 3-4 ครั้ง

แหนอาหารเลี้ยงกุ้งก้ามแดง


จากเริ่มต้นด้วยลูกกุ้งแค่ 4 ตัว เลี้ยงเล่นๆ สนุกแค่ปีเดียว ลูกกุ้งมีมากมาย เลยแบ่งส่วนหนึ่ง 500 ตัวลงแปลงนาสาธิตของศูนย์เรียนรู้ฯ พื้นที่ขนาด กว้าง 3 เมตร ยาว 5 เมตร ขังน้ำลึกประมาณ 1 ฝ่ามือ ปลูกข้าวเต็มรกไปหมด กั้นตาข่ายโดยรอบ เพื่อป้องกันนก หนู สัตว์แปลกปลอมเล็ดลอดเข้าไปจับกุ้ง

มุ้งตาข่ายป้องกันสัตว์อื่นๆให้กุ้ง


“เอาลูกกุ้งมาปล่อยในนาสาธิต ปล่อยไปอย่างนั้นไม่ได้คิดอะไร แค่อยากทดลองอะไรเล่นสนุกๆ ถึงได้รู้กุ้งพันธุ์นี้จะอยู่รอดได้มากแค่ไหน ขึ้นอยู่กับว่าเราทำที่หลบซ่อนให้มันได้ดีแค่ไหน เพราะศัตรูของมันไม่ได้มีแค่พวกสัตว์อื่นๆ ที่เราต้องมุ้งตาข่ายป้องกันเท่านั้น มันยังกินกันเองอีกด้วย โดยเฉพาะในช่วงที่มีการลอกคราบ กุ้งตัวไหนลอกคราบ ไม่มีที่ให้หลบซ่อนมักจะเจอตัวอื่นมารุมจับกินเป็นอาหาร”
ด้วยเหตุนี้ ประทีป ถึงได้สรุปวิธีการเลี้ยงกุ้งก้ามแดง “ยิ่งรก ยิ่งรอด” นอกจากจะรกด้วยการปลูกข้าวและต้นไม้น้ำสารพัดชนิดแล้ว ยังเอาท่อประปา (ท่อพีวีซี) ตัดเป็นท่อนยาวประมาณ 1 คืบ มาทำเป็นที่หลบซ่อนให้กุ้งด้วย...ส่วนเรื่องอาหารเลี้ยง ไม่เคยควักเงินซื้อ ใช้แต่แหนอย่างเดียว

นายประทีป มายิ้ม


เลี้ยงปล่อยไว้อย่างนั้น คอยเติมแหนกับดูแลเติมน้ำไม่ให้แห้ง...1 ปีครึ่งผ่านไป ได้กุ้งขนาด 2 ตัว 1 กก. เชฟโรงแรมแชงกรี-ลาที่พัทยารู้ข่าว เลยมาติดต่อขอซื้อ ให้ราคา กก.ละ 1,200 บาท เอา 200 กก.คูณเข้าไป รวมเป็นเงิน 2 แสนกว่าบาท... มาปีนี้พัฒนาไปอีกขั้นหนึ่ง ทำ
สัญญาจองซื้อขายล่วงหน้าเป็นปีไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ค่าอาหารไม่มี แค่ซื้อลูกกุ้งไม่กี่ตัวมาเพาะเอง เป็นอีกทางเลือกของการเลี้ยงกุ้งก้ามแดงที่เสี่ยงน้อย ต้นทุนต่ำ...อยากจะรู้ลึกมากกว่านี้ 21 มิ.ย.นี้ สมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย จัดสัมมนา “กุ้งก้ามแดง...สัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่” ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน สอบถามรายละเอียดได้ที่ 0-2940-5425, 08-6340-1713.
ชาติชาย ศิริพัฒน์

วันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

เนื้อทอดน้ำปลากรอบนอกนุ่มใน

เมนูทอดทำกินเอง ไม่ว่าจะเป็น ไก่ทอด หมูทอด ปลาทอด ก็เริ่มเบื่อละ อยากเปลี่ยนเมนูกันแล้ว 
             วันนี้ ไข่เจียว.com จึงขอนำเสนอเมนูทอดแปลกใหม่บ้าง ซึ่งเป็นสูตรจากคุณ swin สมาชิกเวปไซต์พันทิปดอทคอม  ด้วยสูตร "เนื้อทอดน้ำปลา"ให้คุณอร่อยไปกับเนื้อทอดกรอบนอกนุ่มใน รสชาติกลมกล่อม อร่อยโดนใจคนชอบทานเนื้อไปเลยค่ะ ถ้าพร้อมแล้ว อย่ามัวช้า  เราไปดูวิธีทำพร้อมๆกันเลยค่ะ
  ส่วนผสม
           เนื้อวัว 500 กรัม
           น้ำปลาอย่างดี 3 ช้อนโต๊ะ
           พริกไทย
           น้ำมันสำหรับทอด
  วิธีทำ      
เนื้อทอดน้ำปลา2
หั่นเนื้อวัวเป็นชิ้นยาว ๆ (สูตรนี้ใช้เนื้อวัวที่หั่นไว้แล้วสำหรับนำไปทำหมูแดดเดียว) 
           หมักเนื้อวัวกับน้ำปลาและพริกไทย เคล้าผสมให้เข้ากัน (ระวังอย่าใส่น้ำปลาเยอะไม่อย่างนั้นรสชาติจะออกมาเค็มมาก แนะนำให้ลองชิมน้ำปลาก่อน เพราะน้ำปลาแต่ละยี่ห้อความเค็มแตกต่างกัน)
เนื้อทอดน้ำปลา3
           หมักเนื้อทิ้งไว้ในตู้เย็นประมาณ 2 ชั่วโมง (เนื้อเริ่มจะแห้งเพราะในตู้เย็นมีความชื้นต่ำ ถ้าเอาไปตากแดดก็จะได้เป็นเนื้อแดดเดียว)
เนื้อทอดน้ำปลา4
           ใส่น้ำมันลงในกระทะให้เยอะพอสมควร นำขึ้นตั้งไฟแรง พอน้ำมันร้อนใส่เนื้อที่หมักไว้ลงไปทอดทีละครึ่งหนึ่ง
เนื้อทอดน้ำปลา1
ทอดประมาณ 9 นาที 
 
เนื้อทอดน้ำปลา6
ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน ใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

          เป็นอาหารที่ทำแสนง่ายน่ากินไปอีกกับเมนู"เนื้อทอดน้ำปลา"เนื้อทอดกรอบนอกนุ่มใน ทานกับน้ำเหนียวร้อนๆ หรือกับข้าวสวยสักจาน อืมมม..อร่อยอย่าบอกใครเลยค่ะ 

เรียบเรียงโดย : Kaijeaw.com, ไข่เจียว.com

วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2558

วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2558

เทคนิคเพาะเห็ดตับเต่าด้วยวิธีง่าย ๆ

เทคนิคเพาะเห็ดตับเต่าด้วยวิธีง่าย ๆ

การเพาะเห็ดตับเต่าด้วยวิธีง่ายๆ

เห็ดตับเต่า

เห็ดตับเต่า เห็ดผึ้ง หรือเห็ดห้า เป็นเชื้อรากลุ่มเอ็คโตมัยโคไรซ่า เป็นเห็ดที่อาศัยอยู่กับรากพืช คือเห็ดจำพวกนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต้องมีพืชเป็นที่อาศัยครับ เส้นใยของเห็ดตับเต่าจะเจริญดีมากจากรากอ่อน จนถึงปลายราก แต่เราจะใส่เชื้อที่โคนรากของต้นไม้อาศัย ในช่วงแรกเชื้อเห็ดตับเต่าจะอาศัยอยู่ที่โคนราก แล้วค่อยๆ ลามไปจนทั่วปลายราก อย่างที่เคยอธิบายไว้ในบทความก่อนๆครับ เห็ดตับเต่าจะออกดอกเห็ด ให้เราได้รับประทานเฉพาะในช่วงหน้าฝน (ยกเว้นเพาะนอกฤดู) และเห็ดประเภทนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต้องมีพืชอาศัย พืชอาศัยของเห็ดตับเต่าก็มี ลำไย ลิ้นจี่ หว้า มะกอกน้ำ แคบ้าน  กระถิน ส้มโอ  โสน  มะม่วง มะกอกบ้าน มะกอกน้ำ เป็นต้น ส่วนวิธีการเพาะเห็ดตับเต่า หลักๆก็มีด้วยกันเพียง 4 วิธีดังนี้ครับ
เทคนิคเพาะเห็ดตับเต่า (ภาพจาก: www.chiangraifocus.com)
เทคนิคเพาะเห็ดตับเต่าด้วยวิธีง่าย ๆ
1. ขยายพันธุ์ด้วยสปอร์ คือรอให้สปอร์เห็ดพัดมากับ ลม น้ำ หรือสัตว์ที่กินเห็ดมาถ่ายใส่ไว้ให้
2. นำดอกเห็ดแก่ (ดอกเห็ดแก่จะมีสปอร์อยู่มาก) ไปปั่นละลายกับน้ำ ราดไว้ที่โคนต้นไม้อาศัย
3. นำหัวเชื้อขยาย (ก้อนเชื้อที่ทำไว้แล้ว) มาผสมกับน้ำราดไว้ที่โคนต้นไม้อาศัย..ผมสั่งซื้อจาก ศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงรายครับ เขาส่งถึงบ้าน ก้อนละ 40 บาท (ไม่รวมค่าส่ง)
4. ขูดเอาผิวดินที่เคยมีเห็ดขึ้น ดินที่เห็ดเก่าปล่อยสปอร์ทิ้งไว้ เอาดินนี้มาใส่ตรงโคนต้นไม้อาศัยของเห็ดตับเต่า
หลักของการเพาะเห็ดตับเต่าก็มีเพียงเท่านี้ครับ ให้เพื่อนๆ เลือกทำตามวิธีใดวิธีหนึ่งข้างต้น แล้วแต่ความสะดวก เพียงเท่านี้ก็จะมีเห็ดตับเต่าไว้รับประทานไปชั่วลูกชั่วหลานเลยทีเดียว

ศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย
ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย 57000 โทรศัพท์ 053 – 170100